แสนสิริสวนตลาด ยอดขายคอนโด 7 เดือนแตะ 1.6 หมื่นล้าน

ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและสินเชื่อ แสนสิริเปิดเผยว่ายอดขายคอนโดมิเนียมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้ายอดขายคอนโดทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดโอนคอนโดไว้ที่ 17,500 ล้านบาท
ครึ่งปีหลังบริษัทยังเตรียมเปิดคอนโดใหม่อีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท และมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนอีก 7 แห่ง มูลค่า 18,600 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าความต้องการซื้อยังมีอยู่ในบางทำเลและบางเซกเมนต์ แต่ผู้ซื้อและนักลงทุนควรแยกให้ออกระหว่าง “ยอดขาย” “ยอดโอน” และการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม
ยอดขาย 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้าทั้งปี
แสนสิริระบุว่า ยอดขายคอนโดสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 16,000 ล้านบาท หรือ 70% ของเป้าทั้งปี 23,000 ล้านบาท เท่ากับว่ายังต้องสร้างยอดขายอีกประมาณ 7,000 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีจึงจะบรรลุเป้าหมาย
อีกตัวเลขที่ต้องอ่านแยกกันคือเป้ายอดโอนคอนโด 17,500 ล้านบาท เพราะยอดขายเป็นมูลค่าที่ลูกค้าจองหรือทำสัญญาซื้อ ขณะที่ยอดโอนเกิดขึ้นเมื่อโครงการพร้อมส่งมอบและการโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่ควรนำยอดขาย 16,000 ล้านบาทไปตีความว่าเป็นรายได้หรือกระแสเงินสดที่รับรู้แล้วทั้งหมด
3 โครงการสะท้อนดีมานด์ที่ต่างกัน
LOVE Charoen Nakhon เจาะกลุ่มราคาจับต้องได้–ระดับกลาง
LOVE Charoen Nakhon ภายใต้แบรนด์ LOVE by Sansiri ทำยอดขายมากกว่า 300 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาทภายใน 2 วันของการเปิดพรีเซล สะท้อนการตอบรับต่อโครงการที่วางสินค้าและระดับราคาให้สอดคล้องกับความต้องการซื้อจริงในทำเลเจริญนคร
XT TEN Ekamai จับตลาดเมืองและไลฟ์สไตล์
XT TEN Ekamai สร้างยอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาทในช่วงพรีเซล 2 วัน ความสนใจดังกล่าวสนับสนุนมุมมองว่าทำเลเมืองที่เชื่อมแหล่งงาน การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ยังมีฐานผู้ซื้อ หากสินค้าและราคาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน
dcondo vite ใช้ระบบจองสะท้อนความสนใจช่วงเปิดตัว
dcondo vite มียอดจองคิวผ่าน KUHU App 600 คิวภายใน 1 นาที อย่างไรก็ตาม จำนวนคิวแสดงระดับความสนใจในช่วงเปิดตัว ไม่ควรถูกตีความเป็นยอดขายหรือยอดโอนทั้งหมดจนกว่าจะมีข้อมูลการทำสัญญาและการโอนประกอบ
ครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 9 โครงการ มูลค่า 11,700 ล้านบาท
แผนปี 2569 ของธุรกิจคอนโดแสนสิริประกอบด้วยโครงการใหม่รวม 17 โครงการ มูลค่า 29,400 ล้านบาท แบ่งเป็นครึ่งปีแรก 8 โครงการ มูลค่า 17,700 ล้านบาท และครึ่งปีหลังอีก 9 โครงการ มูลค่า 11,700 ล้านบาท
ทำเลภูเก็ตมีสัดส่วนประมาณ 36% ของแผนเปิดโครงการ สอดคล้องกับฐานกำลังซื้อต่างชาติและเศรษฐกิจท่องเที่ยว ขณะที่โครงการระดับบนซึ่งเตรียมเปิดเพิ่มเติมมี The Monument Sathorn และแบรนด์ HAUS ใน T77 Community การกระจายพอร์ตทั้งกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวช่วยลดการพึ่งพาดีมานด์จากตลาดเดียว แต่ผลตอบรับจริงยังขึ้นอยู่กับราคา ทำเล และจำนวนคู่แข่งในแต่ละช่วงเปิดขาย
โครงการพร้อมโอน 7 แห่ง ช่วยเปลี่ยนยอดขายเป็นยอดโอน
นอกจากโครงการใหม่ แสนสิริยังมีคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอน หรือ Ready to Move จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการพรีเมียมมูลค่ารวม 12,300 ล้านบาท เช่น Via ARI, SHUSH Ratchathewi และ The Standard Residences Hua Hin
สินค้าพร้อมอยู่มีข้อได้เปรียบตรงที่ผู้ซื้อสามารถตรวจห้องจริง สภาพแวดล้อม และการบริหารโครงการก่อนตัดสินใจ อีกทั้งไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านระยะเวลาก่อสร้างเหมือนการซื้อโครงการระหว่างพัฒนา สำหรับผู้ประกอบการ โครงการพร้อมโอนยังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนยอดขายสะสมให้กลายเป็นยอดโอนและรายได้เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์
ตัวเลขนี้บอกอะไรต่อผู้ซื้อและนักลงทุน
ผู้ซื้อมีทางเลือกเพิ่ม แต่ต้องเปรียบเทียบเป็นรายโครงการ
การเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องอาจทำให้ตลาดแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไขการชำระเงินมากขึ้น ผู้ซื้อควรเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตร ค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าส่วนกลาง แผนก่อสร้าง และคุณภาพหลังการขาย โดยเฉพาะโครงการที่เปิดในทำเลซึ่งมีซัพพลายหลายแห่งพร้อมกัน
นักลงทุนไม่ควรใช้ยอดขายบริษัทเดียวแทนภาพตลาดทั้งหมด
ยอดขายที่เติบโตของผู้พัฒนารายใหญ่แสดงว่าดีมานด์ยังตอบรับสินค้าที่วางตำแหน่งได้ถูกต้อง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าคอนโดทุกเซกเมนต์หรือทุกทำเลฟื้นตัวพร้อมกัน นักลงทุนควรตรวจค่าเช่าที่ทำได้จริง อัตราห้องว่าง ราคาขายต่อ และจำนวนโครงการใหม่ในพื้นที่ก่อนคำนวณผลตอบแทน
ภูเก็ตยังโดดเด่น แต่ต้องแยกดีมานด์อยู่อาศัยออกจากกระแสท่องเที่ยว
สัดส่วนโครงการภูเก็ต 36% ทำให้จังหวัดนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของแผนปี 2569 อย่างไรก็ตาม ความต้องการจากชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวระยะยาว และผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยมีเงื่อนไขต่างกัน ผู้ซื้อควรตรวจข้อจำกัดการถือครอง สัดส่วนโควตาต่างชาติ การบริหารปล่อยเช่า และฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นรายโครงการ
สรุป
ยอดขายคอนโด 16,000 ล้านบาทใน 7 เดือนแรกทำให้แสนสิริเดินมาได้ 70% ของเป้าทั้งปี ขณะที่แผนเปิดอีก 9 โครงการและพอร์ตพร้อมโอน 7 แห่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในช่วงที่เหลือของปี ความเคลื่อนไหวนี้ชี้ว่าตลาดยังมีโอกาสในสินค้าที่ตรงกับกำลังซื้อจริง ทำเลเมือง ทำเลท่องเที่ยว และกลุ่มพรีเมียมที่มีฐานลูกค้าชัดเจน
สำหรับผู้ซื้อและนักลงทุน ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงยอดขายรวมของผู้พัฒนา แต่คือการเลือกโครงการที่ราคาเหมาะสม มีดีมานด์ใช้งานจริง และตรวจสอบเงื่อนไขได้ครบก่อนตัดสินใจ หากกำลังเปรียบเทียบคอนโดในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน หรือทำเลศักยภาพอื่น สามารถค้นหาและเปรียบเทียบประกาศอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมได้ที่ Connex Property
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม